มติชนรายวัน : หนังสือพิมพ์คุณภาพ
เพื่อคุณภาพของประเทศ
   [Home] มติชนรายวัน
วันที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11499 มติชนรายวัน


อังกะลุงแป้นกด... อัศจรรย์...ภูมิปัญญาไทย

โดย สุพจน์ ยุคลธรวงศ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์




ครูพัฒน์ บัวทั่ง เจ้าของอังกะลุงแป้นกด

อังกะลุง...เป็นเครื่องดนตรีที่ทำจากไม้ไผ่ เสียงเกิดจากการเขย่า ผู้เล่นจะเขย่า 1 ถึง 2 ระดับเสียง ร่วมกับผู้เล่นคนอื่นๆ สลับเสียงกันเล่นให้เกิดทำนอง กำเนิดขึ้นในกลุ่มชาติพันธุ์ซุนดา ชนพื้นเมืองแถบตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย คนไทยเรียก "อังกะลุง" แปล่งเสียงมาจากภาษาเดิมคือ อังคลุง (Angklung) ชาวซุนด้าใช้อังคลุงในขบวนแห่ในพิธีกรรมต่างๆ

Baier (1986) กล่าวว่า มีขบวนแห่ด้วยวงอังคลุง เพื่อต้อนรับอาคันตุกะ เมื่อปี พ.ศ.2323 ขณะแห่มีการแปรขบวนเป็นแถว วงกลม หรือรูปแบบอื่นๆ ซึ่งนอกจากใช้อังคลุงในขบวนแห่แล้ว บางครั้งชาวซุนดายังใช้เพื่อการทรงเจ้าเข้าผี เชื่อว่าเสียงต่างๆ ของอังคลุงจะรักษาสมดุลของทุกชีวิตในหมู่บ้านของชาวซุนดา

สำหรับประเทศไทย อังกะลุงเข้ามาครั้งแรกเมื่อครูจางวางศร (ศร ศิลปบรรเลง) ได้ติดตาม สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธุวงศ์วรเดช เสด็จชวาเมื่อปี พ.ศ.2451 และเมื่อเดินทางกลับ ครูจางวางศรได้ซื้อหาอังคลุง เพื่อเป็นของขวัญ ปลูกฝังความรักดนตรีให้แก่บุตรธิดาที่เกิดใหม่ ซึ่งผู้ที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้คือ นางมหาเทพกษัตริย์สมุห์ (บรรเลง ศิลปบรรเลง) เป็นพี่สาวของคุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง ในเวลาต่อมา

ครูพัฒน์ บัวทั่ง กำลังสาธิตเครื่องดนตรี "อังกะลุงแป้นกด"



หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้ปรับปรุงวิธีบรรเลงอังกะลุง โดยผู้เล่นถือคนละ 2 เสียง เขย่าอังกะลุงไปทางด้านหน้าของผู้เล่นแทนการเขย่าไปด้านข้างตามแบบชาวชวา ทำให้เกิดเสียงโน้ตเรียบสั้นๆ ต่อเนื่อง ทางดนตรีตะวันตกเรียกว่า เตรโมโร (Tremolo) ลักษณะดังกล่าวสามารถนำมาเล่นเพลงไทยได้เป็นอย่างดี ท่านได้แต่งเพลงไทยสำหรับอังกะลุงหลายเพลง เช่น เพลงโหมโรงปฐมดุสิต เป็นต้น นอกจากนี้ หลวงประดิษฐไพเราะยังได้แต่งเพลงแบบแปลงทำนองจากเพลงของชวา เช่น เพลงปูเซ็นซ็อค, สะมารัง หรือ ยะโฮริ เป็นต้น นี่คือการพัฒนาระยะแรกของอังกะลุงไทย

อังกะลุงได้รับความนิยมในวงกว้างตามโรงเรียนต่างๆ และได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง อังกะลุงแบบใหม่ทำเป็นชุดๆ มีทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก เพิ่มจาก 5 เสียง (Pentatonic) เป็น 7 เสียงแบบไทย (Seven Equidistant Pitch) 7 เสียง (Diatonic Scale) และ 12 เสียง(Chromatic Scale) แบบดนตรีตะวันตก ปรับปรุงลีลาการบรรเลง การจัดวง การตกแต่งเครื่องดนตรีให้สวยงามและน่าสนใจยิ่งขึ้นเช่น ผูกโบว์ ประดับธงชาติไทย หรือประดับหางนกยูง เป็นต้น ในขณะที่ อังกะลุงได้รับความนิยม ความต้องการในโรงเรียนมีมากขึ้นจึงทำให้เกิดอาชีพการทำอังกะลุงขึ้นอย่างแพร่หลาย เช่น ครูฟุ้ง-ครูองุ่น บัวเอี่ยม, ครูสกล แก้วเพ็ญกาศ ตลอดจน ครูเฉลิม-ครูพัฒน์ บัวทั่ง เป็นต้น ในปี พ.ศ.2535 มีการพัฒนาอังกะลุงราวขึ้น ที่สามารถเล่นเพลงได้ด้วยผู้เล่นคนเดียว โดยครูเฉลิม บัวทั่ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ปี พ.ศ.2529 ท่านได้แรงบันดาลใจจากการใช้ผ้าขาวม้าแขวนอังกะลุงไว้กับขื่อบ้านแล้วใช้มือเขย่า ถือเป็นการพัฒนาอังกะลุงไทยในระยะที่สอง

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง พัฒนาการอังกะลุงไทย กรณีศึกษาบ้านครูพัฒน์ บัวทั่ง ณ บ้านครูพัฒน์ บัวทั่ง จังหวัดนนทบุรี จัดโดย สำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เห็นการพัฒนาของอังกะลุงขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งซึ่งน่าสนใจมาก เรียกว่า อังกะลุงแบบแป้นกด ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบและวิธีการบรรเลงจากเดิมที่ใช้ผู้เล่นหลายคนสลับเสียงกันเล่นให้เกิดทำนองเพลง รูปแบบ และวิธีการบรรเลงอังกะลุงแป้นกดตามแบบครูพัฒน์นั้น สามารถเล่นได้ด้วยผู้เล่นคนเดียว ใช้นิ้วมือทั้ง 2 มือกดลงไปที่แป้นกด (Keyboards) เพื่อเล่นทำนอง คู่เสียง ได้อย่างชัดเจน แถมเล่นลูกกวาดเช่นเดียวกับระนาดได้อย่างคล่องแคล่ว นี่คือการพัฒนาอังกะลุงไทยในระยะที่สามหรือสมัยกาลปัจจุบัน

กิจกรรมในงาน ครูพัฒน์บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการคัดเลือกไม้ไผ่ การเก็บรักษาขั้นตอนการทำอังกะลุง การเทียบเสียง เทคนิค และเคล็ดลับในการตกแต่งเสียงโดยไม่ปิดบัง ซึ่งความรู้เหล่านั้น มาจากการเก็บสั่งสมจากประสบการณ์ตลอดชีวิตในการทำอังกะลุงของครูพัฒน์ ถือเป็นภูมิปัญญาไทยที่ไม่ปรากฏในหนังสือหรือตำราเล่มใด ครูพัฒน์เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งประชันอังกะลุงไทยกับอังคลุงอินโดนีเซีย ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อปี พ.ศ.2551 ในช่วงพักประชัน นักอังคลุงชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นต้นแบบของอังกะลุงไทย ทั้งสนเท่ห์ และทึ่ง เนื่องจากไม่เคยเห็นมาก่อน มามุงดูอย่างสนใจว่าอังกะลุงแป้นของครูพัฒน์เล่นอย่างไร กลไกการทำงานอย่างไร สะท้อนถึงความน่าอัศจรรย์ของคนไทย ถือเป็นภูมิปัญญาไทยและอังกะลุงไทยของแท้

ถึงเวลาหรือยังที่หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงวัฒนธรรม จะยื่นมือเข้ามาช่วยสนับสนุนงบประมาณเพื่อศิลปินจะได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาปากท้อง...

หน้า 23
All site contents copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.